การสรงน้ำพระ แบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ การสรงน้ำพระพุทธรูปและการสรงน้ำพระภิกษุสามเณร ซึ่งในการสรงน้ำพระพุทธรูปนั้นอาจจะจัดเป็นขบวนแห่ หรือ อัญเชิญพระพุทธรูปมาประดิษฐานในที่อันเหมาะสม โดยจะสรงน้ำโดยใช้น้ำอบ น้ำหอม หรือน้ำที่ผสมด้วยน้ำอบ น้ำหอมประพรมที่องค์พระ ส่วนการสรงน้ำพระภิกษุสามเณรจะใช้แบบเดียวกับอาบน้ำ คือการใช้ขันตักรดที่ตัวท่านหรือที่ฝ่ามือ หากเป็นการสรงน้ำแบบอาบน้ำพระจะมีการถวายผ้าสบงหรือถวายผ้าไตรตามแต่ศรัทรา
สรงน้ำพระได้บุญอย่างไร
บุญ คือ ความสุขใจ เบิกบานใจ ชุ่มชื่นใจ ความสะอาดของจิตใจ อันเกิดจากความเลื่อมใสในสิ่งที่ตนเคารพแล้วกระทำการบูชา ดังพระบาลีว่า “นัตถิ จิตเต ปะสันนัมหิ อัปปะกา นามะ ทักขิณา เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ผลบุญไม่ชื่อว่าน้อย” การสรงน้ำพระ ก็เป็นการกระทำที่เกิดจากจิตที่เลื่อมใสในพระรัตนตรัยแล้วต้องการถวายน้ำอบน้ำหอม อันเป็นอามิสบูชา อีกนัยหนึ่งเป็นการแสดงมุทิตาจิตในท่านผู้เป็นที่เคารพ ซึ่งพระภิกษุสงฆ์ก็จัดอยู่ในฐานะเป็นที่เคารพทางด้านจิตใจ เพราะเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ สืบสานหลักธรรมนำเผยแผ่ สาธุชนสำนึกในคุณงามความดีของท่านจึงถวายการเคารพบูชาด้วยการสรงน้ำ ซึ่งมีอานิสงส์ที่ท่านได้แสดงไว้ดังนี้
อานิสงส์ถวายเครื่องเถราภิเษก (สรงน้ำพระ)
ผู้ใดได้ถวายเครื่องเถราภิเษก (สรงน้ำพระ) จะพ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง

อุปกรณ์ในการสรงน้ำพระที่บ้าน
1. ผ้าสะอาด 1-2 ผืน
2. ขันสำหรับผสมน้ำอบไว้สรงน้ำพระ
3. พานและถาดรอง
4. โต๊ะสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปชั่วคราว
5. ดอกไม้ พวงมาลัย น้ำอบ น้ำหอม
6. ขันเล็กสำหรับสรงน้ำพระ
วิธีสรงน้ำพระที่บ้าน
1. นำผ้าผืนใหม่หรือฟองน้ำใหม่ มาเช็ดทำความสะอาดองค์พระ ถ้าเป็นกรอบรูปภาพพระให้นำฟองน้ำบิดหมาดๆ เช็ดทำความสะอาด
2. กล่องพระเครื่องควรหากล่องเก็บใส่ไว้เป็นระเบียบ
3. เมื่อทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้วให้อัญเชิญท่านมาไว้ที่โต๊ะสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปชั่วคราวก่อน ประดับโต๊ะด้วยดอกไม้หรือกลีบดอกไม้โรยให้สวยงาม
4. เตรียมดอกไม้หอม พวงมาลัย น้ำอบ ขันใส่น้ำ สำหรับสรงน้ำพระ
5. ทำความสะอาดที่ประดิษฐานองค์พระ คือ โต๊ะหมู่บูชา เช็ดให้สะอาดเวลาเช็ดให้สวด อิติปิโส ไปด้วยจะดีมาก เมื่อทำความสะอาดทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เตรียมน้ำสะอาดเย็นๆ ใส่ขันแล้วโรยดอกไม้ ใส่น้ำอบ แล้วสรงน้ำพระพร้อมกันทั้งครอบครัว
คำกล่าวขอขมาก่อนเริ่มสรงน้ำพระที่บ้าน
1. การขอขมาเพื่อไม่ให้เกิดเป็นโทษภัย เริ่มด้วยการตั้งนะโม 3 จบ และกล่าวคำขอขมาดังนี้
“ระตะนัตตะเย ปะมาเทนะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะตุ โน ภันเต”
(คำแปล กายกรรม 3 วจีกรรม 4 มโนกรรม 3 ที่ข้าพเจ้าได้ประมาทพลาดพลั้งในพระรัตนตรัย ด้วยความตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี ต่อหน้าก็ดี ลับหลังก็ดี ขอพระรัตนตรัยได้โปรดยกโทษให้ข้าพเจ้าด้วยเถิด)
หลังจากนั้นก็อัญเชิญพระพุทธรูปไปตั้งสรงน้ำ ณ ที่กำหนดต่อไป
2. น้ำที่ใช้สรงพระพุทธรูปควรเป็นน้ำที่สะอาด บริสุทธิ์ สามารถดื่มกินได้ โดยจะใส่เครื่องปรุง เช่น ผงขมิ้น แป้ง หรือ น้ำอบไทยและกลีบดอกไม้ เป็นต้น ลงในน้ำด้วยก็ได้ เมื่อถึงเวลาสรงน้ำพระพุทธรูปก็ควรเริ่มด้วยการตั้งนะโม 3 จบ และกล่าวคำอธิษฐานสรงน้ำพระว่า
“อิมินา สิญฺจะเนเนวะ โรโค โสโก อุปัททะโว นิพพันตุ สัพพะโส เอเต สุขี โหนตุ นิรันตะรัง”
(คำแปล เดชะ ข้าสรงน้ำ พระชุ่มฉ่ำตลอดกาล ทุกข์โศกโรคภัยพาล อันตรธาน เป็นสุข เทอญ)
หลังจากกล่าวคำอธิษฐานเสร็จแล้ว จึงตักน้ำสรงพระพุทธรูปด้วยความเคารพต่อไป
– ขอขอบคุณแหล่งที่มา : FB เพจ TOT YOUNG CLUB สร้างต้นกล้าประชารัฐ , traphangthong –