บทสวดพระคาถาชินบัญชร

Home / คาถา / บทสวดพระคาถาชินบัญชร

คาถาชินบัญชร

 

ชินบัญชร เป็นบทสวดมนต์บทหนึ่งที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยนิยมสวดมากที่สุด สันนิษฐานว่าพระเถระชาวล้านนาเป็นผู้แต่งขึ้น และเป็นพระคาถาสำคัญในพิธีกรรมตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ดังปรากฏหลักฐานในพระราชพิธีจักรพรรดิราชาธิราช ต่อมาได้ปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ขึ้นโดยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม สมเด็จพระพุฒาจารย์องค์ที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (สมัยรัชกาลที่ 4) บทสวดชินบัญชรนี้ยังพบในประเทศพม่าและศรีลังกาอีกด้วย

การหัดสวดคาถาชินบัญชรควรจะเริ่มสวดในวันพฤหัสบดีข้างขึ้น (ยิ่งขึ้นมากยิ่งดี) ให้เตรียมดอกไม้ 3 สี หรือดอกบัว 9 ดอก และดอกมะลิร่วง (เด็ดก้านดอก) 1 กำ ธูปหอมอย่างดี 9 ดอก เทียน (เล่มหนัก1บาท ถ้าไม่มีใช้2บาท แต่ควรใช้1บาทเพื่อเป็นสิริมงคล) จำนวน 9 เล่ม จากนั้นให้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยโดยการตั้งนะโม 3 จบ ต่อด้วยบทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ จากนั้นตั้งจิตนึกถึงสมเด็จโต

 

ความหมายตามตัวอักษร

ชินบัญชร แปลว่า กรง ซี่กรงของพระชินเจ้า ชินบัญชร มาจากคำว่า ชิน ซึ่งแปลว่า ผู้ชนะ อันหมายถึงพระชินเจ้าหรือพระพุทธเจ้า และคำว่า บัญชร ซึ่งแปลว่า กรง ลูกกรง ซี่กรง รวมกันเป็นชินบัญชร ซึ่งเป็นประดุจแผงเหล็กหรือเกราะเพชรที่แข็งแรง สามารถปกป้องคุ้มกันอุบัติภัย อันตรายและศัตรูหมู่มารทั้งปวงได้

ชินบัญชร ปัจจุบันใช้เรียกพระคาถาภาษามคธชุดหนึ่ง นัยว่าเป็นนิพนธ์ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม เรียกว่า พระคาถาชินบัญชร ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถป้องกันสรรพอันตรายทั้งหลายได้เหมือนเกราะเพชรและให้โชคให้ลาภตามที่ปรารถนาได้

 

1

 

2

 

3

 

4

 

5

 

6

 

7

 

8

 

9

 

10

 

11

 

12

 

13

 

14

 

15

 

16

 

18

 

19

 

20

 

21

 

22

 

23

 

24

 

25

 

ในการสวด คาถาชินบัญชร เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งๆ ขึ้น ก่อนจะเจริญภาวนา จึงขอให้ตั้งนะโม 3 จบ และน้อมจิตระลึกถึงคุณพระคุณสมเด็จโต ด้วยคำบูชาดังนี้
ปุตตะกาโมละเภปุตตัง     ธะนะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะ ญายะ     เทวานังปิยะตังสุตตะวา
อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน    ท้าวเวสสุวัณโณ
มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต   นะโมพุทธายะ

1. ชะยา สะนา กะตา พุทธา     เชตะวา มารัง สะวา หะนัง
จะตุ สัจจา สะภัง ระสัง     เย ปิวิงสุ นะรา สะภา

พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลาย ผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์ ทรงพิชิตพระยามาราธิราชผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว เสวยอมตรสคือ อริยสัจธรรมทั้งสี่ประการ เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์

2.ตัณหังกะราทะโย พุทธา    อัฏฐะวีสะติ นา ยะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง    มัตถะเก เต มุนิส สะรา

มี 28 พระองค์ คือ พระผู้ทรงนามว่า ตันหังกร เป็นอาทิ พระพุทธเจ้าจอมมุนีทั้งหมดนั้น

3.สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง     พุทโธ ธัมโม ทะวิโล จะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง     อุเร สัพพะคุณา กะโร

ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่บนศรีษะ พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก

4.หะทะเย เม อะนุรุทโธ     สารีปุตโต จะ ทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภา คัสสะมิง    โมคคัลลาโน จะวา มะเก

พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจ พระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย พระอัญญาโกณฑัญญะอยู่เบื้องหลัง

5.ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง     อาสุง อานันทะราหุโล
กัสสะโป จะมะหา นาโม     อุภาสุง วามะโส ตะเก

พระอานนท์กับพระราหุลอยู่หูขวา พระกัสสปะกับพระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย

6.เกสะโต ปิฏฐิภา คัสสะมิง     สุริโย วะ ปะภัง กะโร
นิสินโน สิริสัม ปันโน     โสภีโต มุนิปุง คะโว

มุนีผู้ประเสริฐ คือ พระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริดังพระอาทิตย์ส่องแสง อยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง

7.กุมาระกัสสะโป เถโร    มะเหสี จิตตะวา ทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง   ปะติฏฐาสิ คุณา กะโร

พระเถระกุมาระกัสสปะผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ปากประจำ

8.ปุณโณ อังคุลิมาโร จะ    อุปาลี นันทะสี วะลี
เถรา ปัญจะอิเม ชาตา    นะลาเต ติละกา มะมะ

พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวลี พระเถระทั้ง ๕ นี้ จงปรากฏเกิดเป็นกระแจะจุณเจิมที่หน้าผาก

9.เสสา สีติ มะหาเถรา    วิชิตา ชินะสา วะกา
เอเตสีติ มะหาเถรา    ชิตะวันโต ชิโน ระสา
ชะลันตา สีละเต เชนะ   อังคะมังเค สุสัณ ฐิตา

ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือ ผู้มีชัยและเป็นพระโอรสเป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย แต่ละองค์ล้วนรุ่งโรจน์ด้วยเดชแห่งศีลให้ดำรงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่

10.ระตะนัง ปุระโต อาสิ    ทักขิเณ เมตตะสุต ตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ   วาเม อังคุลิมา ละกัง

พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้า พระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคสูตรอยู่เบื้องหลัง

11.ขันธะโม ระปะริตัญ จะ    อาฏานาฏิยะสุต ตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ    เสสา ปาการะ สัณฐิตา

พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตรเป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ

12.ชินานา วะระสังยุตตา    สัตตัปปาการะลัง กะตา
วาตะปิตตาทิสัญ ชาตา    พาหิรัช ฌัตตุปัท ทะวา

อนึ่งพระชินเจ้าทั้งหลาย นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิด มีศีลาทิคุณอันมั่นคง คือ สัตตะปราการเป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น

13.อะเสสา วินะยัง ยันตุ    อะนันตะ ชินะเต ชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจ นะ    สะทา สัมพุทธะปัญชะเร

ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้า ไม่ว่าจะทำกิจการใดๆ เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชรแวดวงกรงล้อมแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวทุกข์ทั้งภายนอกและภายใน อันเกิดแต่โรคร้าย คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้น เป็นสมุฏฐาน จงกำจัดให้พินาศอย่าให้เหลือ

14.ชินะ ปัญชะระ มัชฌัมหิ    วิหะรันตัง มะหิี ตะเล
สะทา ปาเลนตุมัง สัพเพ   เต มะหาปุริสา สะภา

ขอพระมหาบุรุษ ผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้น ท่ามกลางพระชินบัญชร ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดี ฉะนี้แล

15.อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข    ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตา ริสังโฆ      สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะ ราโย
สัทธัมมานุภาวะ ปาลิโต     จะรามิ ชินะ ปัญชะเรติ ฯ

ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวอันตรายใดๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติ และรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดรเทอญฯ

 

ฟังบทสวดคาถาชินบัญชร

 

แหล่งที่มาข้อมูลความหมายจาก : wikipedia

ขอบคุณคลิปบทสวดคาถาชินบัญชรจาก : https://www.youtube.com/watch?v=QjtqpsYDPbc