คาถานกยูงทอง สวดแล้วแคล้วคลาดพ้นจากภัยทั้งปวง

Home / คาถา / คาถานกยูงทอง สวดแล้วแคล้วคลาดพ้นจากภัยทั้งปวง

คาถานกยูงทอง “นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา” เป็นคาถาที่หลวงตาพวงท่านใช้ทำวัตถุมงคลหรือทำตะกรุด เวลามีลูกศิษย์ญาติโยมทั้งหลาย มาขอเมตตาจากท่านให้ หลวงตาพวงท่านได้คาถานี้มาจาก พ่อแม่ครูอาจารย์ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่ให้แก่ญาติโยมตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลวงปู่ฝั้น อาจาโรท่านก็มักจะใช้พระคาถานี้เช่นเดียวกัน จะเห็นได้จากข้างหลังวัตถุมงคลของท่านที่ได้ลงพระคาถานี้ไว้

หลวงตาพวงท่านมักจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับพระคาถานี้ ว่า
คาถานกยูงทองเป็นคาถาที่มีมาแต่โบราณ กล่าวกันว่าเมื่อพระโพธิสัตย์ได้เสวยชาติเป็นพญานกยูงทอง นั้นได้สวดมนตร์ท่องพระคาถานี้เช้าเย็น ทำให้แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง วันหนึ่งนายพรานได้เห็นพญานกยูงทองคิดจะจับไปถวายพระราชา เอาบ่วงไปดักนกยูงทอง แต่ก็ไม่ติดบ่วง ถึงแม้ว่าจะเหยียบบ่วง แต่บ่วงก็ไม่รัดเท้า เพราะพญานกยูงทองสวดคาถาโมรปริตร ทำให้แคล้วคลาดพ้นจากภัยทั้งปวง
นายพรานจึงคิดอุบายใหม่ หาวิธีการให้ลืมสวดมนต์ เมื่อทำให้มีความรัก ก็จะทำให้หลง หลงรูป เสียง กลิ่น รส นายพรานจึงจับตัวเมียมาผูกไว้ พญานกยูงทองเมื่อเห็นนกยูงตัวเมีย ก็ลืมสวดมนต์ จึงติดบ่วงนายพรานในที่สุด นายพรานจับได้ก็นำไปถวายพระราชา พระราชาทอดพระเนตรเห็นพญานกยูงทอง ก็รู้ว่าไม่ใช่นกยูงธรรมดาจึงได้ปล่อยตัวไป
หลวงตาพวงท่านก็เล่าถึงนายเตียง ศิริขันธ์ อดีต ส.ส. สกลนคร ที่หนีภัยการเมือง ไปกราบหลวงปู่มั่น หลวงปู่มั่นท่านได้ให้คาถานกยูงทองอันนี้ ครั้งแรกเมื่อทหารไปล้อมจับ ขณะที่นายเตียงกำลังรับประทานอาหารอยู่ ญาติเอาตัวไปซ่อนไว้ในโอ่งเปล่า ก็เลยรอดพ้นจากการจับกุมครั้งนั้นไปได้ ครั้งที่ 2 ถูกตามจับ นายเตียงหนีไปอยู่ในทุ่งนา ชาวนากำลังทำนา นายเตียงขอเปลี่ยนเสื้อกับชาวนา แล้วลงไปไถนาแทน ทหารหาตัวไม่เห็น ก็เลยปลอดภัย ทหารพยายามจับหลายครั้งแต่จับไม่ได้อยู่เป็นปี แต่ในที่สุดก็ถูกจับได้

โมระปริตร ว่าด้วยพระคาถาของนกยูงทอง (พระคาถาแคล้วคลาด) มีดังนี้
1. อุเทตะยัญจักขุมา เอกราชา
หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส
ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง
ปะฐะวิปปะภาสัง
ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง

2. เย พรัห์มะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม
เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ
นะมัตถุ พุทธานัง มะมัตถุ โพธิยา
นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา
อิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร จะระติ เอสะนา

3. อะเปตะยัญจักขุมา เอกราชา
หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส
ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง
ปะฐะวิปปะภาสัง
ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ รัตติง

4. เย พรัห์มะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม
เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ
นะมัตถุ พุทธานัง มะมัตถุ โพธิยา
นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา
อิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร วาสะมะกัปปะยีติ ฯ

คำแปล โมระปริตร ว่าด้วยพระคาถาของนกยูงทอง (พระคาถาแคล้วคลาด)
1. พระอาทิตย์ เป็นดวงตาของโลก ป็นเอกราชา มีสีดั่งสีทอง
ยังพื้นปฐพีให้สว่างอุทัยขึ้นมา เพราะเหตุนั้น
ข้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์นั้นซึ่งมีสีดั่งสีทอง ยังพื้นปฐพีให้สว่าง
ข้าพเจ้าทั้งหลายอันท่านปกครองแล้วในวันนี้
พึงอยู่เป็นสุขตลอดวัน

2. พราหมณ์ทั้งหลายเหล่าใด ผู้ถึงเวทในธรรมทั้งปวง
พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรับความนอบน้อมของข้าฯ
อนึ่ง พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรักษาข้าพเจ้า
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จงมีแด่พระโพธิญาณ
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่ผู้พ้นแล้วทั้งหลาย
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่วิมุตติธรรม
นกยูงนั้นได้กระทำพระปริตรบทนี้แล้ว จึงเที่ยวไปเพื่อแสวงหาอาหาร

3. พระอาทิตย์ เป็นดวงตาของโลก ป็นเอกราชา มีสีดั่งสีทอง
ยังพื้นปฐพีให้สว่าง ย่อมอัสดงคตไป เพราะเหตุนั้น
ข้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์นั้นซึ่งมีสีดั่งสีทอง ยังพื้นปฐพีให้สว่าง
ข้าพเจ้าทั้งหลายอันท่านปกครองแล้วในวันนี้
พึงอยู่เป็นสุขตลอดคืน

4. พราหมณ์ทั้งหลายเหล่าใด ผู้ถึงเวทในธรรมทั้งปวง
พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรับความนอบน้อมของข้าพเจ้า
อนึ่ง พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรักษาข้าพเจ้า
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จงมีแด่พระโพธิญาณ
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่ผู้พ้นแล้วทั้งหลาย
ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่วิมุตติธรรม

สุขินทริยบูชา
ชีวประวัติ พระเทพสังวรญาณ (พวง สุขินทริโย)
วัดศรีธรรมาราม จังหวัดยโสธร

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พระอรหันต์ สายหลวงปู่มั่น